3D Printing เป็นกระบวนการสร้างวัตถุ 3 มิติ
โดยจำลองโมเดลในคอมพิวเตอร์ แล้วใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ(3D Printer) ปริ้นท์วัตถุออกมา เทคโนโลยี 3D
Printing ถูกนำไปใช้แพร่หลายในหลายด้าน
เช่น การแพทย์ แฟชั่นดีไซน์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วน สถาปัตยกรรม อาหาร
และอื่นๆอีกมากมาย
ภาพ 2D ต่างจาก 3D ตรงที่ การพิมพ์ภาพ 2D จากเครื่องพิมพ์หมึกลงแผ่นกระดาษเรียบๆ แต่เครื่องพิมพ์ภาพ 3D เป็นการสร้างวัตถุที่จับต้องได้ มีความตื้น-ลึก, หนา-บาง หมึกที่ใช้มีความแตกต่างกันบางเครื่องฉีดหมึกที่เป็นพลาสติก, พ่นหมึกที่เป็นเรซิ่น, ซีเมนส์
หรือแม้แต่ช็อคโกแลตในด้านอุตสาหกรรมอาหาร
การนำไปประยุกต์ใช้
- ด้านการแพทย์: มีการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างกว้างขวาง
เช่น การทำกระดูกเซรามิก ฟันเทียม เนื้อเยื่อสังเคราะห์ หัวใจ แขนเทียม
- ด้านสถาปัตยกรรม และผังเมือง: การสร้างออกแบบรูปทรง
การสร้างแบบจำลองหรือ Model
3D
- ด้านอุตสาหกรรมการผลิต: การทำเฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ เครื่องบิน
เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆมากมาย
- อุตสาหกรรมอาหาร: การพิมพ์ช็อคโกแลตโดย 3D Printer
- ด้านแฟชั่นดีไซน์: การเลียนแบบชุดที่ตัดเย็บจากผ้า
โดยทุกชิ้นส่วนของชุดไม่มีการตัดเย็บ เรียกการออกแบบนี้ว่า “Circle Packing” หรือการนำชิ้นส่วนเล็กๆเชื่อมต่อกัน
- ในด้านเศรษฐศาสตร์: การใช้เทคโนโลยี 3D printing ในการทำแบบจำลองโมเดลที่มีความใกล้เคียงกับวัตถุที่ต้องการสร้างจริง
ทำให้ผู้ประกอบการทราบปัญหาและสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ก่อนสร้างวัตถุจริง
ทำให้ประหยัดทรัพยากรในการแก้ไขงานจริงซึ่งยุ่งยากและเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายมาก
ตัวอย่างการนำไปประยุกต์ใช้
"อุปกรณ์แขนกลไฟฟ้า"
เราทราบกันดีว่า เทคโนโลยี 3D Printing ได้เปลี่ยนแปลงการออกแบบ และผลิต ในแทบทุกอุตสาหกรรม
รวมถึงวงการแพทย์และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ เช่น การพิมพ์มือเทียมขยับได้
ซึ่งช่วยให้สามารถปรับแต่งตามความต้องการของแต่ละบุคคล เนื่องจากคนแต่ละคนแขนไม่เท่านั้น
ความยาวของส่วนที่พิการไม่เท่ากัน เครื่องพิมพ์สามมิติเลยมีบทบาทมากในเรื่องนี้
เนื่องจาก 3D Printer สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้ตามขนาดความต้องการของคนผู้ใช้แต่ละคน
ซึ่งไม่มีใครเท่ากัน
3D
Printing ก้าวมาอีกขั้นในการทำแขนกลไฟฟ้า
ควบคุมด้วยสัญญาณประสาทของผู้ใช้ (เหมือนที่เห็นในภาพยนตร์ Sci-fi) อุปกรณ์แขนกลไฟฟ้านี้สามารถใช้ได้กับ
บุคคลที่เสียแขนหรือมือไปจากอุบัติเหตุ โรคร้าย หรือ พิการโดยกำเนิด
ให้สามารถใช้มือและแขนอีกครั้ง ในรูปแบบของมือหุ่นยนต์
ขยับได้โดยการสั่งการของสัญญาณประสาทที่กล้ามเนื้อ
แขนกลไฟฟ้า
หรือ แขนเทียมไฟฟ้า หรือ Bionic
Hand นั้นมามาหลายปีแล้ว
แต่มีราคาสูง – สูงมาก (หลายล้านบาท)
แต่ล่าสุดบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นได้ออกแบบและปฏิวัติวงการโดยอ้างว่า Bionic Hand ของตนนั้นสามารถผลิตได้ด้วยทุนที่ต่ำกว่า
300usd หรือ
1หมื่นบาท ซึ่งถูกกว่าที่มีขายกับโดยทั่วไปเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันโปรเจคได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมา
2ปีแล้ว แม้จะอยู่ระหว่างการพัฒนา โปรเจค Bionic Hand หรือมีชื่อโปรเจคว่า exiii (อีซี่)
ก็ได้รับรางวัล ที่หนึ่ง ในการแข่งขัน Gugen
Hardware และ ที่สอง
ในรางวัล 2013 James Dyson
Award
ผลกระทบ
การนำเทคโนโยลี 3D Printer มาใช้สร้างวัตถุรูปแบบต่างๆ
จาก 3D Printer ในด้านอุตสาหกรรมการผลิตโดยควบคุมจากระบบคอมพิวเตอร์ทำให้มีความแม่นยำ
และละเอียดหากต้องสร้างชิ้นส่วนเล็กๆ ที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้เอง
ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และประหยัดเวลา ลดขั้นตอนการผลิต
หากต้องผลิตในระยะเวลาจำกัด เป็นการปฎิวัติอุตสาหกรรมให้พัฒนายิ่งขึ้น
ด้านการแพทย์การสร้างชิ้นส่วนอวัยวะเทียมในการรักษาผู้ป่วย
เป็นการให้ผู้ป่วยมีความหวังหายจากโรคดำเนินชีวิตได้ปกติมากขึ้น
เครดิตข้อมูล และรูปภาพ
http://www.maximumdev.com/Knowledge/Technology/3d-printing.html
http://www.print3dd.com/what-is-3d-printer-how-many-type/
http://www.vcharkarn.com/varticle/57825
http://www.boredpanda.com/prototype-leg-prosthetics-viktoria-modesta/
http://www.siam3dprinter.com/
http://www.print3dd.com/exiii-bionic-hand/









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น